มาตรการควบคุมราคาพลังงานของสเปน อาจกระทบการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของยุโรป


นักวิเคราะห์แสดงความกังวลว่า มาตรการล่าสุดของรัฐบาลสเปนที่เพิ่งได้อนุมัติออกมาใช้งานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ราคาพลังงานพุ่งสูงไปกว่าที่เป็นอยู่ อาจส่งผลกระทบทางลบต่อความพยายามฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจในยุโรปที่หดตัวเพราะภาวการณ์ระบาดใหญ่ของโควิด-19

รัฐบาลสเปนที่มีพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายเป็นผู้นำลงมติอนุมัติให้ดำเนินแผนงานส่งงบประมาณ 3,050 ล้านดอลลาร์ที่เดิมจะใช้อุดหนุนบริษัทผู้ดำเนินกิจการด้านสาธารณูปโภค ให้ไปสนับสนุนผู้บริโภคแทน ขณะที่ รัฐบาลประเทศอื่นๆ ในยุโรปทำการนำเสนอหรือไม่ก็กำลังพิจารณาจัดหาความช่วยเหลือลดผลกระทบของราคาขายส่งก๊าซที่กำลังพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง และทำให้บิลค่าไฟแพงขึ้นอย่างมาก ทั้งยังทำให้ธุรกิจด้านสาธารณูปโภคบางแห่งต้องปิดตัวลงไปแล้ว

นักวิเคราะห์จาก S&P Global Platts บอกกับ วีโอเอ ว่า ราคาค่าไฟที่พุ่งขึ้นอย่างมาก มีสาเหตมาจากราคาก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น หลังโรงงานถ่านหินหลายแห่งปิดกิจการไป ขณะที่ บริษัทผู้ให้บริการด้านสาธารณูปโภคต้องมีภาระต้นทุนที่สูงขึ้น เนื่องจากระบบควบคุมอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่สหภาพยุโรปนำมาใช้งานเพื่อจัดการกับปัญหาก๊าซเรือนกระจก

แต่ความพยายามฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลกจากวิกฤตโควิด-19 ทำให้ความต้องการพลังงานพุ่งสูงขึ้นไปด้วย

นอกจากนั้น อุปทานพลังงานจากรัสเซียที่กำลังลดลง ในช่วงที่ความต้องการจากเอเชียกลับพุ่งสูง ทำให้ตลาดพลังงานโลกถูกดดันหนักไปโดยปริยาย

ทั้งนี้ ยุโรปเป็นตลาดที่มีความอ่อนไหวต่อการเคลื่อนไหวของราคาพลังงานกว่าตลาดอื่นๆ เพราะมีการนำเข้าพลังงานถึงราว 60 เปอร์เซ็นต์จากรัสเซีย แอลจีเรีย และลิเบีย ซึ่งพยายามดันราคาสินค้าของตนให้สูง

นักวิเคราะห์กล่าวเพิ่มเติมว่า หลายประเทศในยุโรปกำลังเริ่มทำตามมาตรการแทรกแซงตลาดพลังงานของสเปนแล้ว เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในประเทศของตนที่ถูกกดดันหนักจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง



ลิงค์ที่มา