รมว.คลังสหรัฐฯ ยืดเส้นตายเพดานหนี้รัฐถึง 15 ธันวาคม-วอนสภาคองเกรสเร่งลงมือป้องกันวิกฤตสถานภาพการเงิน


Business News





please wait



Embed









No media source currently available






0:00

0:06:00












0:00






















รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ แจ้งต่อสภาคองเกรสว่า รัฐบาลมีโอกาสจะต้องผิดชำระหนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หากไม่มีการปรับขึ้นเพดานหนี้รัฐโดยด่วน

แจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุในจดหมายที่ส่งถึงผู้นำสภาคองเกรสทั้งหลายในวันอังคารตามเวลาท้องถิ่นว่า ตนเชื่อว่า กระทรวงการคลังจะไม่มีทรัพยากรเหลือมากเพียงพอที่จะใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของรัฐบาลหลังวันที่ 15 ธันวาคมนี้ ซึ่งเป็นเส้นตายใหม่ที่ล่าช้ากว่ากำหนดเดิมในวันที่ 3 ธันวาคม ที่เจ้ากระทรวงการคลังระบุในจดหมายถึงสภาคองเกรสเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม หรือหลังจากรัฐสภาสหรัฐฯ ผ่านกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐอีก 480,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้รัฐบาลไม่ต้องประกาศหยุดทำการชั่วคราวอย่างที่หลายฝ่ายกังวล

ในครั้งนี้ เยลเลน ยังคงเรียกร้องให้สภาคองเกรสจัดการแก้ปัญหาอำนาจการกู้ยืมให้แล้วเสร็จโดยด่วน เพื่อให้รัฐบาลไม่ต้องประสบปัญหาผิดชำระหนี้ ที่อาจส่งผลให้เกิดหายนะต่อเศรษฐกิจของประเทศจนถึงขั้นเข้าสู่ภาวะถดถอยได้

และในจดหมายฉบับล่าสุดนี้ รมต.คลังสหรัฐฯ ชี้แจงว่า เส้นตายการชำระหนี้ที่ยืดออกไปอีกนี้เป็นผลมาจากการประเมินการจัดเก็บรายได้และการเบิกจ่ายต่างๆ ของรัฐที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น รวมทั้งเป็นเพราะการลงนามรับรองกฎหมายโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ของรัฐบาลประธานาธิบดี โจ ไบเดน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งมีเนื้อความที่ระบุให้กระทรวงการคลังต้องโอนงบประมาณ 118,000 ล้านดอลลาร์ ไปยังกองทุนทรัสต์ทางหลวง (Highway Trust Fund) ภายในวันที่ 15 ธันวาคมนี้ด้วย

ทั้งนี้ การเพิ่มหรือระงับข้อกำหนดเรื่องเพดานหนี้นั้นเป็นเพียงหนึ่งในปัญหาด้านงบประมาณที่สภาคองเกรสต้องจัดการให้เรียบร้อย โดยสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ต้องลงมติผ่านงบก้อนใหม่ภายในวันที่ 3 ธันวาคม มิฉะนั้น จะเกิดภาวะงบประมาณขาดช่วง ซึ่งจะนำไปสู่เหตุการณ์ ‘government shutdown’ หรือ การที่หน่วยงานรัฐต่างๆต้องปิดทำการ เพราะไม่มีงบประมาณรองรับ





ลิงค์ที่มา