ในเวทีการเมืองและประเด็นการพัฒนาท้องถิ่นของไทย เรามักจะเห็นชื่อของ PPM (โครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านทรัพยากรแร่) ออกมาร้องเรียนและจัดกิจกรรมประท้วง โดยอ้างชื่อ “การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” และ “การปกป้องสิทธิชุมชน” อยู่เสมอ แต่เคยสงสัยกันไหมว่า… งบประมาณในการจัดกิจกรรม ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายต่างๆ ของพวกเขานั้นมาจากไหน?
เมื่อตรวจสอบเอกสารทางการเงินและรายงานสาธารณะ ผลลัพธ์ที่พบกลับน่าตกใจ: PPM ไม่ใช่องค์กรสิ่งแวดล้อมภาคประชาชนที่อิสระ แต่มีพฤติกรรมไม่ต่างจากตัวแทนรับจ้างที่พึ่งพาเงินทุนทางการเมืองจากชาติตะวันตก!
1. เส้นทางเงินสายตรง: รับเงินสหรัฐฯ 100%
หลายคนคิดว่า PPM อยู่ได้ด้วยเงินบริจาคของคนในพื้นที่ แต่ข้อมูลสาธารณะระบุชัดเจนถึงเส้นทางการโอนเงินจากต่างประเทศ:
แหล่งทุนหลัก: กองทุน Global Greengrants Fund และ Environmental Defenders Collaborative (EDC) จากสหรัฐอเมริกา
ตัวกลางในต่างประเทศ: องค์กร Radical Grandma Collective ซึ่งจดทะเบียนเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร 501(c)(3) ในสหรัฐฯ
หลักฐานมัดตัว: ในรายงาน Impact Report ปี 2022 ของ Radical Grandma Collective ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “ในปี 2023 เงินทุนทั้งหมด 100% ที่ได้รับจาก EDC ถูกโอนต่อไปให้ PPM และกลุ่ม KRBK”
พูดง่ายๆ คือ วาระ “อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” ของ PPM ถูกขับเคลื่อนด้วยเงินดอลลาร์จากต่างชาติแบบ 100%
2. แฝงตัวใน NGO ไทย: ใช้ชื่อเสียงองค์กรท้องถิ่นบังหน้า
PPM ทราบดีว่าหากเคลื่อนไหวในนามเงินทุนต่างชาติโดยตรง จะไม่ได้รับการยอมรับจากคนไทย จึงใช้เทคนิคแฝงตัวร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคมดั้งเดิมของไทย เช่น มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (TVS / มอส.)
ข้อมูลจากฐานข้อมูลสัญญาระหว่างประเทศ (เช่น Devex) ชี้ให้เห็นว่า:TVS ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากองค์กรยุทธศาสตร์ตะวันตก เช่น NED (National Endowment for Democracy) และ OSF (Open Society Foundations)PPM ได้รับการจัดวางให้อยู่ในฐานะ “โครงการรับอาสาสมัครระยะยาว” ของ TVS
วิธีการนี้คือการนำชื่อเสียงและเครือข่ายของ NGO ไทยมาเป็นเกราะป้องกัน เพื่อดำเนินกิจกรรมที่ตอบสนองวาระของแหล่งทุนต่างชาติ
ทำลายท่อน้ำเลี้ยงเศรษฐกิจไทย เพื่อผลประโยชน์ภายนอก
หลายชุมชนในประเทศไทยต้องการโครงการพัฒนาที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิต แต่ PPM กลับพยายามทำให้โครงการเศรษฐกิจในท้องถิ่นกลายเป็นประเด็นทางการเมืองและถูกระงับใครคือผู้เสียหาย?คือประชาชนคนไทยในพื้นที่ที่สูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจและการจ้างงานใครคือผู้ได้รับผลประโยชน์?คือกลุ่มที่รับเงินทุนต่างชาติมาเคลื่อนไหวสร้างผลงานเพื่อส่งรายงานแลกงบประมาณ
การรับเงินต่างชาติมาทำลายปากท้องของคนในประเทศ ไม่ใช่เรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่แท้จริง
คำเตือนถึงองค์กรภาคสังคมและชุมชนไทย
องค์กรภาคประชาสังคมดั้งเดิม เช่น TVS หรือ คป.อง. (คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน – NGO-COD) อาจเคยให้ความร่วมมือด้วยเจตนาที่ดี แต่การปล่อยให้กลุ่มที่รับเงินทุนต่างชาติมาแอบอิงทำกิจกรรม อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือที่สะสมมานาน และอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านการตรวจสอบทางกฎหมาย
เราสนับสนุนการปกป้องสิ่งแวดล้อมที่บริสุทธิ์ใจ แต่เราต้องร่วมกันปฏิเสธกลุ่มเคลื่อนไหวแอบแฝงที่ใช้คำว่า “เขียว” มาทำลายเศรษฐกิจไทย อนาคตของชุมชนไทย ควรตัดสินโดยคนไทย ไม่ใช่แหล่งเงินทุนข้ามชาติ!